หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน

เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

สาขากุมารเวชศาสตร์ กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ่ พ.ศ. ๒๕๖๒


วิสัยทัศน์ของกลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ่

      “มีความเป็นเลิศในการให้บริการทางด้านกุมารเวชกรรม และเป็นแหล่งผลิตแพทย์, กุมารแพทย์ ที่มีคุณภาพ”

พันธกิจของแผนการฝึกอบรม/หลักสูตร

      การดูแลปัญหาและสุขภาพของเด็ก นอกเหนือจากการให้การรักษาอย่างมีมาตรฐานแล้ว ยังต้องให้การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อเด็กจะได้มีสุขภาพดีเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป

ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การสื่อสารและเทคโนโลยี และการศึกษา อันมีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของมนุษย์ทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคมที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายแผนงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ระบบบริการสุขภาพ การดูแลและส่งต่อผู้ป่วย การบริบาลสุขภาพที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง (people-centered health care) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของเด็กไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ปัญหาสุขภาพของเด็กไทย ความต้องการด้านสุขภาพของชุมชนและสังคมในเรื่องเกี่ยวกับเด็ก ตลอดจนความรับผิดชอบทางสังคมของกุมารแพทย์แตกต่างจากในอดีต กล่าวคือ อุบัติการณ์ของโรคติดเชื้อทั่วไปลดลง ในขณะเดียวกันพบโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ โรคเรื้อรังและซับซ้อน โรคที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภค การเลี้ยงดู การมีพฤติกรรมทางด้านสุขภาพและการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมเพิ่มมากขึ้น เช่น โรคอ้วน ปัญหาด้านพัฒนาการ ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาวัยรุ่น โรคที่เกิดจากมลภาวะ เป็นต้น นอกจากนี้ ปัญหาสังคมในปัจจุบัน ยังส่งผลให้เด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบากมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

      ในพื้นที่บริการเขตสุขภาพที่ 12 เป็นพื้นที่ที่มีอัตราการคลอดก่อนกำหนด อัตราตายของทารกแรกเกิดและทารกคลอดก่อนกำหนด อัตราการป่วยและตายของโรคที่พบบ่อยในกุมารเวชปฏิบัติ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคปอดบวมในเด็กอายุ 1 เดือนถึง 5 ปี และโรคหืดอยู่ในระดับสูงมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับจำนวนกุมารแพทย์ไม่เพียงพอในเขตบริการ ทำให้พบปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยเด็กโรคดังกล่าว

      โรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการในระดับตติยภูมิ มีนโยบายพัฒนาศูนย์           ความเชี่ยวชาญในระดับสูง  เช่น ทารกแรกเกิด โรคหัวใจในเด็ก โรคเลือดและมะเร็งในเด็ก โรคปอดและทางเดินหายใจ โรคไต โรคระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤต กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาเหล่านี้ จึงได้มีการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมกุมารแพทย์          ซึ่งมีกรรมการฝ่ายการศึกษาหลังปริญญาประกอบด้วย อาจารย์ และตัวแทนแพทย์ประจำบ้าน โดยกำหนดพันธกิจของการฝึกอบรมดังนี้

ผลิตกุมารแพทย์ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ตอนล่าง
สนับสนุน และสร้างเครือข่ายระบบบริการสุขภาพเขต 12 ที่เข้มแข็งและยั่งยืน
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลด้านสุขภาพ
และปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมกุมารแพทย์ให้มีความทันสมัยและเหมาะสม ตลอดจนสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน โดยกำหนดพันธกิจของการฝึกอบรมให้ครอบคลุมในเรื่องของการผลิตกุมารแพทย์ให้มีความรู้ความสามารถในสาขากุมารเวชศาสตร์ที่ทันยุคกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม สามารถให้การดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ มีความเอื้ออาทรและใส่ใจในความปลอดภัยของผู้ป่วยเพื่อการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสุขภาพ โดยยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของการดูแลแบบองค์รวม มีความรับผิดชอบต่อปัญหาสุขภาพในสังคม คำนึงถึงสิทธิผู้ป่วย มีทักษะการสื่อสารที่ดี เข้าใจหลักการ Rational drug use มีความสามารถในการทำงานอย่างมืออาชีพ รู้จักคิดอย่างมีวิจารณญาณ สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยตนเองอย่างเต็มตัวโดยไม่ต้องมีการกำกับดูแล ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพหรือเป็นทีมได้ รวมทั้งมีเจตนารมณ์และเตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต ควบคู่ไปกับการจัดสมดุลระหว่างสภาวะการทำงานและการรักษาสุขภาพของตนเอง ทั้งนี้เพื่อให้เด็กไทยอยู่ดีมีสุข มีพัฒนาการสมวัยทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจและสังคม และกุมารแพทย์เองสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขเช่นกัน

      ในการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ อิงจากเกณฑ์หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๖๑               โดยคณะอนุกรรมการการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้ปรับปรุงจากหลักสูตรเดิมในปีพ.ศ. ๒๕๕๔ รวมทั้งอิงเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภาฉบับปรับปรุงใหม่ที่เน้นการบริบาลสุขภาพที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง (people-centered health care)

ผลลัพธ์ของการฝึกอบรม/หลักสูตร

เมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรมหลักสูตรเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ เวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์ ของกลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นเวลา 3 ปี แพทย์ประจำบ้านจะต้องมีความรู้ความสามารถทางวิชาชีพหรือผลของการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ตามสมรรถนะหลักที่ครอบคลุมความรู้ ทักษะ และเจตคติที่จำเป็นสำหรับการเป็นกุมารแพทย์และสอดคล้องกับพันธกิจของหลักสูตร ดังนี้

1.พฤตินิสัย เจตคติ คุณธรรมและจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (Professional habits, attitudes, moral and ethics)

  1.1 มีคุณธรรมและจริยธรรมที่เหมาะสมต่อวิชาชีพแพทย์

  1.2 มีความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบ

  1.3 มีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

  1.4 เคารพและให้เกียรติต่อผู้ป่วย และครอบครัว ปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความเอาใจใส่ โดยไม่คำนึงถึงบริบท ของเชื้อชาติ วัฒนธรรม ศาสนา อายุ และเพศ ให้ความจริงแก่ผู้ป่วยหรือผู้ปกครองตามแต่กรณี รักษาความลับ และเคารพในสิทธิเด็กและสิทธิผู้ป่วย

  1.5 ซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเองและวิชาชีพ เป็นที่ไว้วางใจของผู้ป่วย ผู้ปกครองผุ้ป่วยและสังคม

  1.6 มีพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อเพื่อนร่วมงานทั้งในวิชาชีพตนเองและวิชาชีพอื่น

2.การติดต่อสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพ (Communication and interpersonal skills)

  2.1 สามารถสื่อสารกับผู้ป่วย บิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดู โดยตระหนักถึงปัจจัยของ       คู่สื่อสารที่อาจส่งผลต่อการสื่อสาร ได้แก่ ภูมิหลังของผู้ป่วย (ระดับการศึกษา ภาษา วัฒนธรรม ความเชื่อ   เรื่องสุขภาพ) พฤติกรรมและสภาวะทางอารมณ์ของผู้ป่วย บิดา มารดา ผุ้ปกครอง หรือผู้เลี้ยงดู รวมถึงบรรยากาศที่เอื้อต่อการสื่อสาร

  2.2 มีทักษะในการรับฟังปัญหา เข้าใจความรู้สึกและความวิตกกังวลของผู้ป่วย บิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดู

  2.3 สามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานและสหวิชาชีพ สร้างความสัมพันธ์บูรณาการระหว่างทีมที่ดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม

  2.4 มีทักษะในการให้คำปรึกษา ถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์แก่ผู้เกี่ยวข้อง

  2.5 สามารถสื่อสารด้วยภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษาท่าทาง (nonverbal communication) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม

  2.6 สามารถสื่อสารทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กโทรนิกส์ และสื่อประเภททอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม

  2.7 ชี้แจงให้ข้อมูล เพื่อให้ได้รับความยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองเด็กในการดูแลรักษา และการยินยอมจากตัวผู้ป่วยเด็กโตตามความเหมาะสม (consent and assent)

  2.8 ให้คำแนะนำ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยและผู้ปกครองอย่างเหมาะสม

3.ความรู้ทางกุมารเวชศาสตร์และศาสตร์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง ( Scientific knowledge of pediatrics and other related sciences)

  3.1 มีความรู้ความเข้าใจด้านวิชากุมารเวชศาสตร์

  3.2 มีความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ วิทยาศาสตร์คลินิก วิทยาศาสตร์สังคมและพฤติกรรม เวชศาสตร์ป้องกัน จริยธรรมทางการแพทย์ ระบบสาธารณสุข กฎหมายทางการแพทย์ นิติเวชวิทยา และการแพทย์ทางเลือก ในส่วนที่เกี่ยวกับกุมารเวชศาสตร์

  3.3 คิดวิเคราะห์ค้นคว้าข้อมูล เพื่อนำไปประยุกต์ในการตรวจวินิจฉัย และบำบัดรักษาผุ้ป่วย ตลอดจนวางแผนการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันความเจ็บป่วยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

4.การบริบาลผู้ป่วย (Patient care) มีความรู้ความสามารถในการบริบาลผู้ป่วย ทักษะความรู้ความสามารถดังต่อไปนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

  4.1 การตรวจวินิจฉัย และการดูแลรักษาผู้ป่วย (Patient assessment and management)

4.1.1 มีท่าทีและการซักประวัติที่เหมาะสม

4.1.2 ตรวจร่างกายเด็กด้วยวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสม

4.1.3 วางแผนการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีเหตุผล ประหยัด และคุ้มค่า

4.1.4 รวบรวมข้อมูลจากประวัติ การตรวจร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและ        การตรวจพิเศษต่างๆ เพื่อนำมาตั้งสมมติฐานวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาของผุ้ป่วย

4.1.5 นำความรู้ทางทฤษฎีและใช้หลักการของเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ (evidence based medicine) มาประกอบการพิจารณา และการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจทางคลินิก การให้การวินิจฉัย การใช้ยา ตลอดจนการให้การบำบัดรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

4.1.6 เลือกใช้มาตรการในการป้องกัน รักษา การรักษาประคับประคอง การดูแลผู้ป่วยเด็กในระยะสุดท้าย ให้สอดคล้องกับระยะของการดำเนินโรค (natural history) ความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัวตลอดจนทรัพยากรที่มีอยุ่อย่างเหมาะสม

4.1.7 บันทึกเวชระเบียนอย่างเป็นระบบถูกต้อง และต่อเนื่อง โดยใช้แนวทางมาตรฐานสากล

4.1.8 รู้ข้อจำกัดของตนเอง ปรึกษาผู้มีความรู้ความชำนาญกว่า หรือส่งต่อให้ผุ้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

4.1.9 ให้การบริบาลสุขภาพเด็กแบบองค์รวม โดยยึดผู้ป่วยและครอบครัวเป็นศูนย์กลาง

4.1.10 ให้การดูแลรักษาแบบสหวิชาชีพแก่ผู้ป่วยเด็กได้อย่างเหมาะสม

4.1.11 ในกรณีฉุกเฉิน สามารถจัดลำดับความสำคัญ และการให้การรักษาเบื้องต้นอย่างทันท่วงที

  4.2 การตรวจโดยใช้เครื่องมือพื้นฐาน การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การทำหัตถการที่จำเป็น (Technical and procedural skills) และใช้เครื่องมือต่างๆ ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยเด็ก        โดยสามารถอธิบายข้อบ่งชี้ ข้อห้าม ภาวะแทรกซ้อนในการตรวจสภาพและเงื่อนไขที่เหมาะสม ตลอดจนขั้นตอนการตรวจ สามารถกระทำได้ด้วยตนเอง แปลผลได้อย่างถูกต้อง และเตรียมผู้ป่วยเด็กเพื่อการตรวจวินิจฉัยนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 

5.การสร้างเสริมสุขภาพ และการพัฒนาระบบสุขภาพ (Health system and health promotion) มีความสามารถในการกำกับดุแลสุขภาพของเด็กอย่างต่อเนื่อง (continuity care) ตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยรุ่น ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เลี้ยงดุได้ทั้งในคลินิกสุขภาพ หอผู้ป่วยนอก หอผู้ป่วยใน โดยคำนึงถึงระบบสุขภาพและครอบครัวเป็นศูนย์กลาง

  5.1 กำกับดูแลสุขภาพเด็กโดยมีครอบครัวเป็นศูนย์กลาง

  5.2 ประเมิน วิเคราะห์ วางแผนการดูแลรักษาและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพเด็กในวัยต่างๆตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น

  5.3 ให้การบริบาลสุขภาพเด็กโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและพิทักษ์ประโยชน์ของผู้ป่วยเด็กเป็นสำคัญ

  5.4 ตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว ชุมชน และสังคมที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพเด็ก และสามารถโน้มน้าวให้ครอบครัว ชุมชน และสังคมมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพเด็กแบบองค์รวม

  5.5 ให้การดูแลรักษา ให้คำปรึกษา ตลอดจนดำเนินการส่งต่อบนพื้นฐานความรู้เรื่องระบบสุขภาพและการส่งต่อ                      

6.ทักษะในการแก้ปัญหาและตัดสินใจ (Problem-solving skill and clinical judgement) รวมถึงการพัฒนาความรู้ความสามารถทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง (continuous professional development)เพื่อธำรงและพัฒนาความสามารถด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ และพฤติกรรมในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขากุมารเวชศาสตร์ให้มีมาตรฐาน ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วย สังคม และความเปลี่ยนแปลงโดย

  6.1 กำหนดความต้องการในการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างครอบคลุมทุกด้านที่จำเป็น วางแผนและแสวงหาวิธีการสร้างและพัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติและพฤติกรรมที่เหมาะสม เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

  6.2 ค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ                    

  6.3 มีวิจารณญาณในการประเมินข้อมูล บนพื้นฐานของหลักการด้านวิทยาการระบาดคลินิก และเวชศาสตร์เชิงประจักษ์

  6.4 ประยุกต์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะใหม่ได้อย่างเหมาะสมในการดูแลผู้ป่วย

  6.5 ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพงาน รวมทั้งสามารถปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง สร้างองค์ความรู้ใหม่จากการปฏิบัติงานประจำวัน และการจัดการความรู้ได้ (Knowledge management)    
  1. ภาวะผู้นำ (Leadership) มีความสามารถในการเป็นผู้นำทั้งในระดับทีมงานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยและการบริการสุขภาพในชุมชน การทำงานร่วมกันเป็นทีม และการรับปรึกษาผู้ป่วย ดังนี้

7.1 เป็นผู้นำในการบริหารจัดการในทีมที่ร่วมดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7.2 ทำงานร่วมกับผู้ร่วมงานได้ในหลายบทบาท ทั้งในฐานะหัวหน้า ผู้ประสานงานและสมาชิกกลุ่ม

7.3 ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ร่วมงานทำหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถ

7.4 แสดงถึงความเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์

ประวัติโรงพยาบาลหาดใหญ่

บทนำ

โรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นโรงพยาบาลศูนย์แห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข ในภาคใต้ ปัจจุบันตั้งอยู่บ้านเลขที่ 182 ถนนรัถการ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ห่างจากศาลากลางจังหวัดสงขลา ประมาณ 31 กิโลเมตร เดิมเป็นโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ห่างจากชุมชน แต่เมืองหาดใหญ่ได้ขยายตัวทางด้านธุรกิจ และการเพิ่มของจำนวนประชากรเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลหาดใหญ่ จึงได้ตั้งอยู่ในย่านชุมชนไปโดยปริยาย นอกจากนี้ เมืองหาดใหญ่ ยังเป็นศูนย์กลางคมนาคมของภาคใต้ ประชาชนสามารถเดินทางติดต่อกันได้โดยสะดวก โรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในฐานะของ โรงพยาบาลศูนย์และเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายของโครงการพัฒนาระบบบริการของสถานบริการ และหน่วยงานสาธารณสุข ในส่วนภูมิภาค (พบส.) กลุ่มเครือข่าย 12/1 จึงได้ให้บริการโดยให้คำปรึกษา ให้การสนับสนุนทั้งในด้านทรัพยากรและวิชาการ และรับ ผู้ป่วยที่ส่งมาจากโรงพยาบาลใกล้เคียงและในกลุ่มเครือข่ายทั้งหมด

ประวัติและความเป็นมา

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ตั้งขึ้นด้วยความริเริ่มของ นายพ่วง สุวรรณรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ นายโกเมศ อินทวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองหาดใหญ่ ในขณะนั้น ปี พ.ศ. 2500 ในการก่อสร้างครั้งแรก เทศบาลเมืองหาดใหญ่ ได้มอบที่ดินให้มีเนื้อที่เพียง 13 ไร่เศษ และกระทำพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2501 โดยก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก และอาคารผู้ป่วยในแบบทรงไทย 2 หลัง หลังจากได้ทำการก่อสร้างแล้วเสร็จก็ได้ทำพิธีเปิด โดย ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2502 โดยมีนายแพทย์กำธร เจริญ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรก

ปี พ.ศ. 2507 ได้ก่อสร้างตึกผู้ป่วยในแบบทรงไทย 2 ชั้น ขนาด 75 เตียง

ปี พ.ศ. 2510 ได้ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยศัลยกรรม สูติกรรมและเด็ก เป็นอาคาร 4 ชั้น และก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน ธันวาคม 2511 แต่ไม่สามารถเปิดรับผู้ป่วยได้ เพราะขาดงบประมาณในการจัดซื้อเตียงผู้ป่วยและอุปกรณ์อื่น ๆ นายแพทย์จำลอง บ่อเกิด จึงได้ขอความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 (ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 6) ในปัจจุบัน จัดรายงานทางโทรทัศน์เพื่อหาทุนสนับสนุนและได้รับความร่วมมือจากพ่อค้า คหบดี และประชาชนทั่วไป โดยได้รับเงินบริจาคสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ 1 ล้านบาทเศษ จึงทำให้อาคารผู้ป่วยศัลยกรรม สูติกรรมและเด็ก เปิดรับผู้ป่วยได้ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2513 กระทำพิธีเปิดโดย ฯพณฯ พลเอกประเสริฐ รุจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น และได้รับบริจาคเงินสมทบซื้อเครื่องโทรศัพท์ภายในขนาด 100 เลขหมาย พร้อมทั้งจัดตั้งเสร็จเป็นจำนวนเงิน 216,450 บาท

โรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้เปิดรับคนไข้ในวันที่ 24 มิถุนายน 2502 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาเนื่องจากการเจริญเติบโตของชุมชนในอำเภอหาดใหญ่ได้ขยายไปโดยรวดเร็ว รวมทั้งมีผู้ป่วยเจ็บไข้ในท้องที่และจังหวัดใกล้เคียงมารับบริการเพิ่มมากขึ้น พื้นที่ที่จะทำการก่อสร้างต่าง ๆ มีจำกัด ไม่สามารถขยายการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพื่อรองรับการใช้บริการได้ทั่วถึง ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2513 จึงได้เสนอต่อกรมการแพทย์ ขอทำการจัดหาที่ดินเพิ่มเติมออกไปทางถนนรัถการ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อผืนเดียวกันและเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลแห่งใหม่ในปัจจุบัน

ปี พ.ศ. 2513 ได้มีการแต่งตั้งกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 202 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2515 โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ นายจำลอง บ่อเกิด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลาและนายอำเภอหาดใหญ่ ในขณะนั้นเป็นกรรมการ

ปี พ.ศ. 2516 ดำเนินการเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้ที่ดินทั้งสิ้น 19 ไร่ 44 ตารางวา รวมเป็นเนื้อที่ซึ่งรวมสมทบที่ดินของเดิมประมาณ 33 ไร่

ปี พ.ศ. 2522-2525 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก 5 ชั้น และอาคารผู้ป่วยใน 6 ชั้น ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 700 เตียง

ปี พ.ศ. 2523 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารบรรยายทางวิชาการ 4 ชั้น

ในเดือน กุมภาพันธ์ 2526 โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ย้ายผู้ป่วยจากอาคารเดิมมาอยู่อาคารใหม่ที่ตั้ง ถนนรัถการ ในปัจจุบันนี้ และได้กระทำพิธีเปิดอาคารทั้ง 2 หลัง โดย พณฯพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2526

ปี พ.ศ. 2538 ได้งบประมาณผูกพันก่อสร้างอาคารเรียน หอสมุด อาคารหอพัก 9 ชั้น ของศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิค

ปี พ.ศ. 2538 ได้งบประมาณผูกพันก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 10 ชั้น

ทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่

นายแพทย์กำธร เจริญ พ.ศ. 2501 – 2505
นายแพทย์เฉลียว รัญเสวะ พ.ศ. 2505 – 2506
นายแพทย์จำลอง บ่อเกิด พ.ศ. 2506 – 2532
นายแพทย์มนตรี เศรษฐบุตร พ.ศ. 2532 – 2534
นายแพทย์เฉลิมชัย ชูเมือง พ.ศ. 2534 – 2537
นายแพทย์กมล ระประดิษฐ์ พ.ศ. 2537 – 2553
นายแพทย์กุลเดช เตชะนภารักษ์ พ.ศ.2553- 2559
นายแพทย์สุภาพ ไพศาลศิลป์ พ.ศ.2559-2560
นายแพทย์พีระพงษ์ ภาวสุทธิไพศิฐ พ.ศ.2560 – ปัจจุบัน
ปัจจุบัน โรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ขนาด 713 เตียง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เริ่มเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2502 โดยเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่เริ่มให้บริการและรับส่งต่อ ผู้ป่วยในเขตบริการสุขภาพที่ 12

เมื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เริ่มจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ในปี 2515 ยังไม่มีโรงพยาบาล เป็นสถานที่ฝึกงานของตนเอง จึงใช้โรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นสถานที่ฝึกงานชั้นคลินิกโดยแพทย์ของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้รับแต่งตั้ง เป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำหน้าที่ร่วมสอนชั้น คลินิก ให้กับนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4, 5, 6 ตั้งแต่ พ.ศ. 2520

พ.ศ. 2525 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เริ่มเปิดดำเนินการ แต่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5, 6 ยังคงหมุนเวียนมาฝึกปฏิบัติงานที่กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยแพทย์ประจำของโรงพยาบาล เป็นผู้รับผิดชอบการเรียนการสอนทางคลินิกกลุ่มละ 3 สัปดาห์

พ.ศ. 2528 เป็นสถาบันสมทบการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านของสาขากุมารเวชศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จนถึง พ.ศ. 2536

พ.ศ. 2530 แพทยสภาอนุมัติให้เป็นสถาบันหลักในการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขากุมารเวชศาสตร์ โดยร่วมกับ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน และที่คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน และได้รับอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุข ให้เปิดรับแพทย์ใช้ทุนประจำกลุ่มงานกุมารเวชกรรม ปฏิบัติงานเป็นเวลา 42 เดือน โดยมีสิทธิสอบวุฒิบัตร สาขากุมารเวชศาสตร์

พ.ศ. 2537 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับทบวงมหาวิทยาลัย ทำโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนแพทย์ในชนบท โดยโรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 12 ศูนย์ที่รับนักศึกษาแพทย์

พ.ศ. 2542 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลหาดใหญ่ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เริ่มเปิดดำเนินการรับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรก โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ปีที่ 1 เข้าเรียนชั้นพรีคลินิก ปีที่ 1, 2, 3 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเรียนชั้นคลินิก ปีที่ 4, 5, 6 ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เมื่อ พ.ศ. 2545

พ.ศ. 2546 กลุ่มงานกุมารเวชกรรม มีการสอนนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 ของโรงพยาบาลหาดใหญ่เองจนถึงปัจจุบัน ปีละ 40 คน

อาจารย์แพทย์ใหม่ทุกคนได้รับการพัฒนาความรู้ด้านแพทยศาสตร์ศึกษาขั้นพื้นฐาน (Rookie course) รวมทั้งหลักสูตร advanced course โดยเน้นเฉพาะเรื่อง อาทิเช่น การสอน การวัดประเมินผล การทำวิจัย เป็นต้น

ปัจจุบัน(ถึงกรกฎาคม 2561) กลุ่มงานกุมารเวชกรรม มี staff จำนวน 24 คน ประกอบด้วยกุมารแพทย์ทั่วไปและกุมารแพทย์ในอนุสาขาต่าง ๆ ดังนี้

สำหรับการเรียนการสอนหลักสูตรกุมารเวชศาสตร์ ได้รับการตรวจประเมินและรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมจาก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ.2546 พ.ศ.2551 และ พ.ศ.2556 และในปีพ.ศ. 2561 ราชวิทยาลัยได้กำหนดการตรวจประเมินหลักสูตรตามเกณฑ์ของ World Federation Medical Education (WFME) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับว่าเป็นมาตรฐานสากลของแพทยศาสตร์ศึกษา

ลำดับที่ชื่อ – สกุลสาขาที่เชี่ยวชาญ
1พญ.ฐิติพร บ่อเกิดอนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคไต
2พญ.ลักษมี ฮะอุรากุมารเวชศาสตร์ทั่วไป
3พญ.สุวรรณ ด่านวรพงศ์อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ
4ผศ. นพ.ไพโรจน์ บุญลักษณ์ศิริอนุสาขากุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา
5นพ.ปราโมทย์ อาภรณ์ทิพย์กุมารเวชศาสตร์ทั่วไป
6ผศ. นพ.ปฏิการ ดิสนีเวทย์อนุสาขากุมารเวชศาสตร์ ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
7พญ.วิชชุดา ดอนสกุลกุมารเวชศาสตร์ทั่วไป
8พญ.จีรวรรณ วรรณโรกุมารเวชศาสตร์ทั่วไป
9พญ.ลลิดา และตีกุมารเวชศาสตร์ทั่วไป
10พญ.ชุติมา สมรรถคนีอนุสาขาโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก
11พญ.ดาริน โชคสุชาติอนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ
12นพ.ณรงค์ศักดิ์ นาขวัญอนุสาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
13พญ.ณัจวาย์ ยุทธสมภพอนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก
14พญ. รัชนี ศักดิ์สวัสดิ์อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ
15พญ.ทิพาพร ทองมากอนุสาขากุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา
16พญ.ชุติมา ทองนวลอนุสาขาโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก
17พญ.วรรณธิดา ชื่นจิตอนุสาขาโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
18นพ.เจริญ นภาพงศ์สุริยาอนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ
19พญ.พรปรีณัน ชัยวิริยะวงศ์อนุสาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
20พญ.สุรัสวดี พิทักษ์ลิมนุวงศ์อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคไต
21พญ.สิริภา อุสาหะอนุสาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
22พญ.เทพรัตน์ อัจจิมากุลอนุสาขาทางเดินอาหารและโรคตับเด็ก
23พญ.อุไรวรรณ ตันตระกูลอนุสาขากุมารเวชศาสตร์ตจวิทยา
24พญ.อิงอร กังวานฐิติกุมารเวชศาสตร์ทั่วไป

คณะผู้บริหาร / อาจารย์หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม (อดีต-ปัจจุบัน)

พญ.อำภา วัฒนโชติ พ.ศ. 2516 – 2521
พญ.สุเจน ลิ่มปิตนัย พ.ศ. 2521 – 2522
พญ.สุดา ชุบอุปการ พ.ศ. 2522 – 2550
พญ.แกมกาญจน์ ศิลปโภชากุล พ.ศ. 2550 – 2556
พญ.ฐิติพร บ่อเกิด พ.ศ.2556 – 2561
ผศ. นพ.ปฏิการ ดิสนีเวทย์ พ.ศ.2561 – ปัจจุบัน

เอกสาร

คู่มือ resident สาขากุมารเวซศาสตร์ 2561

หลักสูตรอบรมแพทย์ปฎิบัติงานเพื่อวุฒิบัตร แผน ข สาขากุมารเวชศาสตร์ ประจำปี 2561

การรับรองคุณภาพสถาบันฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์

หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ ประจำปี 2561

หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ รพ.หาดใหญ่ พ.ศ. 2562

คู่มือแพทย์ประจำบ้าน กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.หาดใหญ่ พ.ศ.2562

ภาคผนวกคู่มือแพทย์ประจำบ้าน กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.หาดใหญ่ พ.ศ.2562